ไปค่าย+8059 บันไซ
posted on 24 Jul 2010 15:45 by mina-minamoอ่า มินะลองแต่งฟิกดูค่ะที่จริงก็แต่งเก็บไว้นานแล้วแหละ
ช่วงนี้ก็ดองบล็อกบ่อยมาก ก็แบบว่าไม่ค่อยว่างเลยอ่ะนะ
เฮ้อ.....
ตอนนี้ป่วยอยู่ค่ะ ติดหวัดพี่ซากิมา ก็ไปค่ายแล้วนอนด้วยกันก็เลยติดกันง่อมแงม
ไข้ขึ้นปวดหัวหลายผีกแถมไออีกตะหากT^T
โม้เรื่องไปค่ายนิดนึง พอดีว่ามีค่ายลดโลกร้อนจัดที่น้ำตกมินะก็เลยไปค่ายก็มีเพื่อนๆไปด้วยรวมถึงซากิ(พี่สาว)
กิจกรรมสนุกมากมายได้เล่นน้ำด้วยนะเออ^^ เป็นการเข้าค่ายที่สบายๆ
เวลานอนก็นอนด้วยกัน ไปสองคืน คืนแรกนอนกะเพื่อน คืนที่สองนอนกะซากิ เลยติดหวัดซากิ==
ติดหวัดจากตอนนอนน่ะส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือทั้งมินะและซากิตัวติดกันตลอด+กับอากาศค่อนข้างเย็น
ก็เลย.....== สรุปมินะก็ป่วยไปตามระเบียบแถมใกล้สอบ.....จบสิคะ จบเลย
เอาละเข้าเรื่องฟิก 8059
ฟิครั่วๆชั่วๆของ8059
โดยมินะจัง
มันคืออะไรกันนะ มันคืออะไร คืนวันเหล่านั้นทำไมถึงไม่ทำให้ฉันคิดอะไรออกซะทีนะ อ๊ากกกก
ไม่เข้าใจเลยซักกะผีก!
“เป็นอะไรไปน่ะสึนะ”
ชายหนุ่มผมดำขลับถามเพื่อนอย่างห่วงใยเมื่อเห็นอาการของอีกฝ่ายดูแปลกไปกว่าทุกวัน
“แกไอ้บ้าเบสบอลถอยไปนะเฟ้ย! แกกล้าดียังไงมาพูดจาตีสนิทท่านรุ่นที่10ห๊า!”
ชายผมสีเงินที่ดูชี้ไปมาคล้ายกับหนวดปลาหมึกขัดขึ้นอย่างอารมณ์เสีย ตาสีมรกตที่สดใสบัดนี้กลับยิ่งเขียวเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นท่าทีสบายๆของชายผมสีดำ
“ฮะ ฮะ ฮะ นายนี่ยังขี้โวยวายไม่เปลี่ยนเลยนะโกคุเดระ”
ไม่เพียงแต่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าก็ยังยิ้มระรื่นเหมือนว่าคำพูดเมื่อกี้นี้มันเป็นคำชม
มีไม่กี่คนหรอกที่มองโลกในแง่ดีได้ขนาดนี้ เขาคือผู้พิทักแห่งธาตุพิรุนนั่นเอง
“เอ่อ...พวกนายกลับไปนอนกันก่อนก็ได้นะ”
เสียงพูดที่ฟังดูอ่อนแรงเหนื่อยหน่ายดังมากจากคนที่ได้ชื่อว่า “นภา”
“ฉันไม่เป็นอะไรหรอกไม่ต้องห่วงนะ ยามาโมโตะ โกคุเดระ”
“ไม่เป็นไรแน่นะครับท่านรุ่นที่10”
“อื่ม”
ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นดั่งนภาตอบกลับมาอย่างอ่อนแรงเช่นเคย ใบหน้าที่ดูอ่อนวัยไม่เหมือนคนที่อายุ 23 ยังคงฟุบหน้าลงกับโต๊ะที่ทำงาน
“งั้นฉันไปนอนก่อนนะสึนะแล้วเจอกันพรุ่งนี้ ราตรีสวัสดิ์”
“ผมจะอยู่ดูแลท่านรุ่นที่10เองนะครับ”
โกคุเดระพูดอย่างอารมณ์ดีต่างจากที่พูดกับยามาโมโตะราวฟ้ากับเหว...เหวลึกมากซะด้วย...
“ได้ไงเล่านายต้องไปกับฉันสิโกคุเดระ จะให้ฉันกลับไปนอนคนเดียวได้ไงล่ะ”
“แกจะไปไหนก็ไปเลยไป๊ไม่เกี่ยวกับฉันโว้ยไอ้บ้า ฉันบอกแล้วไงว่าจะอยู่กับท่านรุ่นที่10”
“แล้วฉันล่ะ”
ยามาโมโตะทำสายตาเว้าวอนใส่อีกฝ่ายแต่ไม่ได้ผล นัยน์ตาสีมรกตยังคงเต็มไปด้วยความโมโหแต่ชายหนุ่มผมสีดำมีหรือจะระความพยายามเพียงเท่านี้ เห็นทีต้องใช้ไม้แข็งแล้วล่ะ
“นายจะไม่ไปแน่เหรอโกคุเดระ”
“ก็เออสิวะ แกจะถามทำไม”
ยามาโมโตะยังคงยิ้มอารมณ์ดีแต่แววตานั้นกลับดูแปลกๆไปและการแปลกเปลี่ยนไปนั้นก็ทำให้อีกฝ่ายรับรู้ได้โดยทันที่ เป็นอีกครั้งที่ชายผมสีเงินมองเห็นปีกสีดำที่หลังของคนตัวโตกว่า อ่า..ฉันคงตาฝาดไปมั้ง
“ก็ถามเพื่อความแน่ใจว่าฉันต้องทำอย่างนี้จริงๆ”
พูดจบยามาโมโตะก็ลากคนตัวเล็กกว่าให้ออกมาจากห้องบอสแห่งวองโกเล่ทันทีโดยมีสายตาสีน้ำตาลไหม้มองตามหลังไปอย่างเหนื่อยๆ เมื่อผู้พิทักของวองโกเล่ทั้งสองคนพ้นห้องของตนไปแล้วก็กลับมาฟุบหน้าลงหมือนเดิม เขารู้ดีว่าทั้งสองคนที่ดูเหมือนจะทะเลาะกันตลอดเวลานั้นแท้จริงแล้วเป็นยังไง ต่างจากตัวเขาในตอนนี้กลับสับสนจนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี เฮ้อ...
“แกไอ้บ้าเบสบอลปล่อยฉันนะเฟ้ยกล้าดียังไงมาลากฉันห๊ะ!”
ผู้พิทักแห่งวายุยังคงดิ้นพร้อมสะบัดมืออย่างแรงแต่ทว่าไม่มีทีท่าว่าจะหลุดจากการพัธนาการนั้นได้เลย“อย่าดิ้นสิโกคุเดระ นายอย่าดื้อนักเลยน่าฉันว่าบางทีสึนะอาจจะอยากอยู่คนเดียวสักพักนะ”
“แกอย่ามาทำเป็นรู้ดีนะเฟ้ย แล้วแกก็ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันจะไปหาท่านรุ่นที่10”
“ฮะ ฮะ ฮะ”
“หัวเราะบ้าอะไรของแกวะ บ้าไปแล้วเรอะห๊ะ”
วายุที่ดูเหมือนเริ่มสงบลงกับประทุขึ้นมาอีกเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะจากคนตัวสูงนั่น แววตาสีมรกตจับจ้องดวงตาสีดำขลับอย่างไม่ลดละ
“นายนี่อะไรๆก็สึนะไปซะทุกอย่างเลยนะโกคุเดระ สึนะคงสำคัญสำหรับนายมากเลยใช่ไหม”
“ก็ใช่สิเฟ้ย ท่านรุ่นที่10เป็นบอสแห่งแก๊งมาเฟียวองโกเล่ที่ยิ่งใหญ่เชียวนะเฟ้ย และฉันก็เป็นมือขวาท่านรุ่นที่10ด้วย”
“ฮะ ฮะ ฮะ แต่นายรู้ไหมว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญสำหรับฉันก็คือนาย”
“...ยามา..โม..โตะ..นี่นาย..บ้าไปแล้วเรอะวะไอ้...”
ยังพูดไม่ทันจบคำพูดก็ต้องกลืนหายไปกับเข้าลำคอไปอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อคนตัวโตกว่าปิดปากร่างบางด้วยการมอบ
จุมพิษอันอ่อนโยนและหอมหวานให้ โกคุเดระได้เพียงแต่ร้องครางเบาๆในลำคอแต่หากก็ไม่ได้พลักอีกฝ่ายออกเขายังคงปล่อยให้พิรุนผู้อ่อนโยนโอบกอดเขาอยู่อย่างนั้น
“นายจะเห็นฉันสำคัญบ้างไหมโกคุเดระ ฮายาโตะ”
“...”
“ตอบมาสิโกคุเดระ ฉันเคยอยู่ในสายตาของนายบ้างรึเปล่า”
“ก็ถ้าฉันไม่เห็นแก แกจะมีหน้ามายืนกอดฉันอยู่นี่ไหม๊วะ”
“ฮะ ฮะ ฮะ นายนี่น่ารักจังเลยนะ ฉันรักนายจังโกคุเดระ”
คนที่ถูกบอกรักหน้าแดงระเรื่อแววตาสีมรกตอ่อนลงเมื่อรู้ว่าตนสำคัญต่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าขนาดไหน แต่แว็บเดียวเท่านั้นก็กลับมาเป็นแววตาที่ดุดันเหมือนเดิมเมื่อนึกได้ว่าตนถูกคนตัวใหญ่กว่ากอดอยู่หน้าห้องบอสใหญ่แห่งวองโกเล่!
“แกปล่อยฉันได้แล้วเฟ้ยไอ้บ้าเบสบอล!”
“ฮะ ฮะ ฮะ”
คนที่เป็นฝ่ายกอดยังคงทำเหมือนไม่ได้ยินเอาแต่หัวเราะและกอดร่างบางโยกไปมาอย่างอารมณ์ดี
“หูแตกรึไงฟระไอ้บ้าเบสบอลบอกให้ปล่อย แกน่ะมีค่าไม่เท่าปลายเล็บท่านรุ่นที่10หรอกเฟ้ย!”
ยามาโมโตะยังคงยิ้มอย่างอารมณ์ดีเช่นเคยคราวนี้ไม่เพียงแต่กอดแล้วเขาอุ้มร่างบางขึ้นแบกใส่บ่าอันแข็งแกร่งแล้วเดินไปยังห้องนอนทันทีโดยไม่ได้สนใจคำสบถและการทุบตีของผู้เป็นดั่งวายุเลยแม้แต่น้อย
ทุกครั้งที่สายวรุณสาดกระเซ็น ทุกครั้งที่วายุพัดโหมกระหน่ำ หากว่าเกิดวายุที่ใดที่นั้นย่อมมีสายวรุณ หากว่าที่ใดเกิดวรุณสาดสัดแล้วที่นั้นย่อมก่อเกิดวายุ เป็นเสมือนสิ่งที่ก่อเกิดซึ่งกันและกันและไม่อาจแยกขาดกันได้
อ่า เป็นไงบ้างคะ ช่วยติชมกันหน่อยนะคะอ้อแล้วก็มีภาคต่ออีกนะคะไว้ว่างๆแล้วมีนะจะมาอัพใหม่ไปละค่ะ
ก่อนไปมินะรักทุกคนค่ะ^^